แบงก์ชาติ แถลงข่าวเศรษฐกิจและการเงินเดือนธันวาคม และไตรมาสที่ 4 ปี 2567
StandardBizNews – เศรษฐกิจไทยในเดือนธันวาคมชะลอลงจากเดือนก่อน ตามการส่งออกสินค้าและการผลิตภาคอุตสาหกรรมที่ลดลง ส่งผลให้กิจกรรมในภาคบริการที่เกี่ยวข้อง อาทิ การขนส่งสินค้า ปรับลดลง ขณะที่การลงทุนภาคเอกชนทรงตัว อย่างไรก็ตาม รายรับภาคการท่องเที่ยวเพิ่มขึ้น ตามสัดส่วนนักท่องเที่ยวระยะไกลที่เพิ่มขึ้น ด้านการบริโภคภาคเอกชนปรับเพิ่มขึ้นจากเดือนก่อนเล็กน้อยในเกือบทุกหมวดหลัก ยกเว้นหมวดสินค้าไม่คงทนที่ชะลอลง หลังจากที่เร่งไปในช่วงแรกของมาตรการเงินโอนภาครัฐ สำหรับการใช้จ่ายภาครัฐยังขยายตัวต่อเนื่องจากทั้งรายจ่ายประจำและรายจ่ายลงทุน
เสถียรภาพเศรษฐกิจ
อัตราเงินเฟ้อทั่วไปเพิ่มขึ้นจากเดือนก่อนตามหมวดพลังงาน จากผลของฐานต่ำในปีก่อนที่มีมาตรการช่วยเหลือของภาครัฐ ประกอบกับราคาน้ำมันเบนซินปรับเพิ่มขึ้นจากเดือนก่อน ขณะที่อัตราเงินเฟ้อพื้นฐานทรงตัว สำหรับดุลบัญชีเดินสะพัดเกินดุลเพิ่มขึ้น ตามดุลบริการ รายได้ และเงินโอน ขณะที่ดุลการค้าเกินดุลใกล้เคียงกับเดือนก่อน ด้านตลาดแรงงานโดยรวมทรงตัวจากเดือนก่อนทั้งในภาคการผลิตและภาคบริการ
รายละเอียดของภาวะเศรษฐกิจไทยในเดือนธันวาคม 2567 เมื่อเทียบกับเดือนก่อน มีดังนี้
- มูลค่าการส่งออกสินค้า (ไม่รวมทองคำที่ขจัดปัจจัยฤดูกาลแล้ว) ลดลงจากเดือนก่อนในหลายหมวด โดยเฉพาะ
- หมวดยานยนต์ จากการส่งออกรถยนต์นั่งเป็นสำคัญ ขณะที่การส่งออกรถกระบะเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะที่ส่งไปอาเซียน
- หมวดปิโตรเลียม ตามการส่งออกไปอาเซียนและบังกลาเทศ
- หมวดสินค้าเกษตรและเกษตรแปรรูป ตามการส่งออกผลไม้ เนื้อสัตว์ และน้ำตาล
อย่างไรก็ตาม การส่งออกในบางสินค้าปรับเพิ่มขึ้น อาทิ โลหะมีค่า คอมพิวเตอร์ และเครื่องปรับอากาศ
- ดัชนีการผลิตภาคอุตสาหกรรม (ที่ขจัดปัจจัยฤดูกาลแล้ว) ลดลงจากเดือนก่อน ตามการผลิตหมวดอื่น ๆ อาทิ โลหะประดิษฐ์ เครื่องจักร และเหล็ก รวมถึงการผลิตปิโตรเลียมที่ลดลง สอดคล้องกับอุปสงค์ทั้งในและต่างประเทศ อย่างไรก็ตาม การผลิตในบางหมวดปรับเพิ่มขึ้น อาทิ หมวดเคมีภัณฑ์จากการผลิตปุ๋ย และหมวดอาหารและเครื่องดื่มจากการผลิตน้ำตาล
- จำนวนนักท่องเที่ยวต่างประเทศ (ที่ขจัดปัจจัยฤดูกาลแล้ว) ทรงตัวจากเดือนก่อน โดยเพิ่มขึ้นในกลุ่มนักท่องเที่ยวระยะไกล โดยเฉพาะรัสเซียและออสเตรเลีย ขณะที่ลดลงในกลุ่มนักท่องเที่ยวระยะใกล้ อาทิ จีนและมาเลเซีย สำหรับรายรับภาคการท่องเที่ยวที่ขจัดปัจจัยฤดูกาลแล้วเพิ่มขึ้นจากเดือนก่อน ตามสัดส่วนนักท่องเที่ยวระยะไกลที่เพิ่มขึ้น
- เครื่องชี้การลงทุนภาคเอกชน (ที่ขจัดปัจจัยฤดูกาลแล้ว) ทรงตัวจากเดือนก่อน โดยการลงทุนด้านเครื่องจักรและอุปกรณ์ปรับเพิ่มขึ้นเล็กน้อย จากยอดจำหน่ายเครื่องจักรในประเทศ ตามการผลิตเครื่องจักรและเครื่องมือเพื่อใช้งานทั่วไป และคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ต่อพ่วง รวมทั้งการนำเข้าสินค้าทุนที่ปรับเพิ่มขึ้น ด้านการลงทุนในหมวดยานพาหนะปรับเพิ่มขึ้น ตามยอดจดทะเบียนรถยนต์เชิงพาณิชย์ที่เพิ่มขึ้นจากรถบรรทุกและรถยนต์รับจ้าง อย่างไรก็ตาม การลงทุนด้านการก่อสร้างลดลง ตามพื้นที่ได้รับอนุญาตก่อสร้างในทุกวัตถุประสงค์ที่ลดลง
- มูลค่าการนำเข้าสินค้า (ไม่รวมทองคำที่ขจัดปัจจัยฤดูกาลแล้ว) เพิ่มขึ้นจากเดือนก่อน จากหมวดวัตถุดิบและสินค้าขั้นกลาง ตามการนำเข้าชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์จากอาเซียนและไต้หวัน รวมถึงปริมาณการนำเข้าก๊าซธรรมชาติและน้ำมันดิบเพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตาม การนำเข้าสินค้าอุปโภคบริโภคปรับลดลง ตามการนำเข้าทั้งสินค้าคงทนและไม่คงทน
- เครื่องชี้การบริโภคภาคเอกชน (ที่ขจัดปัจจัยฤดูกาลแล้ว) เพิ่มขึ้นจากเดือนก่อนเล็กน้อยในเกือบทุกหมวด ยกเว้นหมวดสินค้าไม่คงทน ซึ่งลดลงตามยอดจำหน่ายอาหารและเครื่องดื่มและปริมาณการใช้ไฟฟ้า หลังจากที่เร่งไปในช่วงแรกของมาตรการเงินโอนภาครัฐ สำหรับดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภคเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง จากโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐ และการท่องเที่ยวในประเทศที่ดีขึ้น
- การใช้จ่ายภาครัฐ (ที่ไม่รวมเงินโอน) ขยายตัวเมื่อเทียบกับระยะเดียวกันปีก่อน โดยรายจ่ายประจำขยายตัวตามการเบิกจ่ายเงินบำเหน็จ บำนาญ และค่ารักษาพยาบาลของข้าราชการ สำหรับรายจ่ายลงทุนขยายตัวสูงจากการเบิกจ่ายของหน่วยงานด้านสาธารณูปโภคและคมนาคมเป็นสำคัญ ขณะที่รายจ่ายลงทุนของรัฐวิสาหกิจขยายตัวตามการเบิกจ่ายของโครงการด้านสาธารณูปโภค
เศรษฐกิจไทยโดยรวมในไตรมาสที่ 4
ปรับดีขึ้นจากไตรมาสก่อน ตามแรงขับเคลื่อนของกิจกรรมในภาคบริการและรายรับภาคการท่องเที่ยว รวมถึงรายจ่ายลงทุนภาครัฐที่ขยายตัวดีต่อเนื่อง ขณะที่การส่งออกสินค้า (ไม่รวมทองคำ) อยู่ในระดับสูง โดยทรงตัวจากไตรมาสก่อน จากการส่งออกสินค้าในกลุ่มเทคโนโลยี ขณะที่การบริโภคภาคเอกชนทรงตัว โดยส่วนหนึ่งได้รับผลดีจากมาตรการเงินโอนภาครัฐ แม้ยอดขายยานยนต์จะหดตัว อย่างไรก็ดี การลงทุนภาคเอกชนปรับลดลงจากหมวดยานพาหนะและหมวดก่อสร้าง
ด้านเสถียรภาพเศรษฐกิจ อัตราเงินเฟ้อทั่วไปเพิ่มขึ้นจากไตรมาสก่อน จากอัตราเงินเฟ้อพื้นฐานที่เพิ่มขึ้นตามการส่งผ่านต้นทุน ประกอบกับผลของฐานต่ำในหมวดพลังงานปีก่อนที่มีมาตรการลดราคาพลังงานของภาครัฐ ด้านการจ้างงานทรงตัวจากไตรมาสก่อน โดยการจ้างงานในสาขาโรงแรมและภัตตาคารปรับเพิ่มขึ้น ขณะที่สาขาก่อสร้างลดลง สำหรับดุลบัญชีเดินสะพัดเกินดุลเพิ่มขึ้น ตามดุลบริการ รายได้ และเงินโอนที่กลับมาเกินดุลเป็นสำคัญ
ธนาคารแห่งประเทศไทย
31 มกราคม 2568
